“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 11 มีนาคม 2569

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดโครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” ระดมพลังชุมชน–ปางช้าง ทำแนวกันไฟ สู้วิกฤต PM2.5

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….คนเราเมื่อเห็นทุกข์ก็จะเห็นธรรม ท้องที่หิวโหย กระเป๋าที่ว่างเปล่า และใจที่แตกสลาย ไม่ใช่คำสาป แต่คือคำสอน ที่ไม่มีในตำราเล่มใดในโลก ในคืนที่มืดมิดแสงดาวจะชัดเจนที่สุด ในวันที่ล้มเหลว ความจริงก็จะกระจ่างแจ้งที่สุด ความทุกข์ไม่ได้มาเพื่อทำลายชีวิตเรา แต่มาเพื่อ เขย่าให้เราตื่นจากภาพลวง ใครคือมิตรแท้ สิ่งใดคือของจริง และอะไรคือเปลือกนอก ทุกข์จะเป็นผู้สอน ไฟหลอมทองให้บริสุทธิ์ ทุกข์หลอมใจให้ประเสริฐ เมื่อก้าวข้ามความมืดมนได้สำเร็จ เมื่อนั้นเราก็คือผู้สอบผ่านในโรงเรียนชีวิต….เรื่องของไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ แม้ว่าจะยังไม่รุนแรง แต่ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้พี่น้องที่จะเดินทางไปไหน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันปัญหาดัง กล่าว ส่วนการแก้ปัญหาท่านผู้ว่ารัฐพล ก็ยังคงเดินหน้าแก้ไขไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยที่จะหยุดแม้แต่วันเดียว ยังคงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการช่วยกัน ร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และต่อเนื่อง ให้ทุกอำเภอดูแลในเรื่องของปัญหาที่จะตามมา และทุกหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ท่านผู้ว่ารัฐพล บอกว่าจะไม่มีการใส่เกียรว่าง จะต้องดูแลพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด….สำหรับผู้ที่เข้าไปหาของป่าแล้วไปเผาป่าเพื่อที่ จะได้ของที่ต้องการ ซึ่งมันคือปัญหาอันใหญ่หลวงที่จะต้องช่วยกันแก้ปัญหา และสอดส่องผู้ที่เข้าไปหาของป่า เพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่บาท แต่ปัญหาที่มันจะตามหาจะสร้างความเสียหายที่มากมาย ท่านผู้ว่ารัฐพล ขอร้องพี่น้องชาวบ้าน ที่เข้าไปหาของป่ากรุณาอย่าได้เผาเพื่อหาของป่าที่ต้องการ เพราะนั้นมันคือความเสียหายที่จะตามมา และถ้าใครยังขืนเผา ถ้าจับได้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งปรับ ทั้งจำ ซึ่งท่านผู้ว่ารัฐพล ท่านก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวบ้าน….ส่วนที่อำเภอดอยสะเก็ด เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจุดความร้อนบริเวณดอยสวรรค์ ตำบลเชิงดอย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่กวง โดยเข้าดำเนินการดับไฟตั้งแต่ช่วงสายและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในช่วงเที่ยง พบว่ามีพื้นที่เสียหายประมาณ 60 ไร่ นอกจากนี้ยังพบไฟอีก 1 จุดในพื้นที่สวนแม่ลาย ตำบลป่าเมี่ยง ซึ่งเกิดจากการเผาขยะและเกิดลุกลาม ทำให้พื้นที่ป่าเสียหาย ประมาณ 8 ไร่ ก่อนเจ้าหน้าที่จะสามารถ ควบคุมสถานการณ์ อย่างรวดเร็ว ขณะที่อำเภอแม่แจ่ม ตรวจพบจุดความร้อน ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม บ้านนาฮ่อง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ศึก จำนวน 2 จุด ในช่วงเช้า และอีก 1 จุดในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นจุดต่อเนื่องกันเจ้า หน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ชม. 18 (แม่นาฮ่อง) เข้าดำเนินการดับไฟและทำแนวกันไฟเพื่อควบคุมไม่ให้ลุกลาม สามารถควบคุมไฟได้สำเร็จ โดยพบพื้นที่เสียหาย ประมาณ 50 ไร่ สาเหตุเกิดจากการหาของป่า ทั้งนี้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องเดินเท้าเข้าพื้นที่ และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ผมว่าน่าจะเอาอย่างจังหวัดลำพูน ที่มีประกาศห้ามชาวบ้านเข้าไปหาของป่าทุกชนิดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หากเข้าไปมีความผิดทันที
….สินในน้ำ

Related posts